.

.

Banner
You are here: Home History Bridge Association

ประวัติสมาคมบริดจ์

E-mail Print PDF
There are no translations available.

 

บทที่ 1
ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลพื้นฐานสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทย
 

1. ประวัติกีฬาบริดจ์

 

                กีฬาบริดจ์ เริ่มต้นจากประเทศใดไม่มีหลักฐานระบุไว้แน่ชัด แต่คาดว่าเล่นกันครั้งแรกในยุโรปเมื่อประมาณ 144 ปีมาแล้ว พ.ศ. 2403 (ค.ศ. 1860) ประเทศรัสเซีย อ้างว่าเป็นต้นคิดวิธีการเล่นบริดจ์ และประเทศตุรกีก็อ้างว่ามีการเล่นบริดจ์กันครั้งแรกที่กรุงคอนสแตนติโนเปิ้ล ฝรั่งเศสมีเกมคล้ายบริดจ์ชื่อ เคดีฟ ที่ริเวียร่า  อย่างไรก็ตาม มีผู้กล่าวว่า กีฬาบริดจ์มีต้นกำเนิดมาจากเกมชื่อ วิสท์ (Whist) ซึ่งเล่นกันครั้งแรกในปี พ.ศ. 2043 (ค.ศ.1500) เล่นกันแพร่หลายในหมู่พลเมืองที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาพูด
 
 

 

                                กีฬาบริดจ์มีการพัฒนาการเล่นเป็นลำดับมาจนถึง พ.ศ. 2446 (ค.ศ. 1903) เปลี่ยนวิธีการเล่นจากเดิมที่ผู้เล่นเป็นคนกำหนดหน้าทรั้มพ์ เป็นใช้การประมูลหน้าทรั้มพ์แทน เรียกว่า Auction Bridge  และพัฒนาเป็น Contract Bridge จนถึงปัจจุบัน ผู้ที่วงการกีฬาบริดจ์จะต้องจารึกนามไว้ 2 คน คือ นายฮาโรลด์ เอส แวนเดอบิลด์ (Mr. Harold S. Vanderbilt) เป็นผู้วางหลักเกณฑ์การเล่นบริดจ์ เป็นผู้ให้กำเนิดวิธีการเล่นแบบ Contract Bridge ส่วนอีกคนหนึ่งคือ นายคัลเบิตสัน (Mr. Ely Culbertson) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งบริดจ์ เขาวางมาตรฐานการเล่นบริดจ์แบบมีระบบ เป็นผู้คิดวิธีการประมูลเพื่อถามรูปไพ่และถาม A ไปด้วยในคราวเดียวกัน (Asking Bid) และเป็นผู้คิดกฎแห่งความเป็นสัดส่วนกัน (Law of Symmetry) เพื่อคาดคะเนการแบ่งเฉลี่ยของรูปไพ่ นอกจากนี้เขายังยกเลิกการประมูลแบบสามสองเชิง (Two Way Three Bid) หรือ Pre-emtive โดยสอนว่าการประมูลแบบนี้จะมี A ตัวเดียวในชุดทรั้มพ์เท่านั้น จะมี A อีกตัวหนึ่งในชุดอื่นไม่ได้ ซึ่งอะไรก็ตาม ที่คัลเบิตสันกล่าวในสมัยนั้นทุกคนเชื่อว่าถูกต้อง เป็นเรื่องที่ต้องรู้และจดจำให้ได้ เขาจึงได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งบริดจ์  
 
 

 
 

2. กีฬาบริดจ์กับการแข่งขันระดับนานาชาติ  และ ระดับโลก

 

                World Bridge Federation Championships (WBF) สหพันธ์บริดจ์โลกเป็นองค์กรกีฬาบริดจ์ที่ใหญ่มาก  ก่อตั้งเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957)    หลังการแข่งขันระดับโลกครั้งแรกเมื่อ 
 
 

 

พ.ศ. 2493 (ค.ศ.1950)   7 ปี ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 109 ประเทศ จำแนกเป็น 8 โซน (Zone) ประเทศที่อยู่ในภาคพื้นเดียวกันอยู่ในโซนเดียวกัน ประเทศไทยจัดอยู่ในโซน 6 เรียกว่า  Pacific Asia Bridge Federation (PABF) เดิมใช้ชื่อว่า Far East Bridge Federation (FEBF) มีภาคีสมาชิก 13 ภาคี คือ
 
 

จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย มาเก๊า อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง และไทย
 

สำหรับ ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ จัดอยู่ในโซน 7 แต่สมัครเป็นภาคีสมาชิกโซน 6 เพื่อขอใช้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันแบบไม่นับคะแนน เพราะทั้ง 2 ประเทศเป็นตัวแทนโซน 6 ไม่ได้
 
 

 

ทีมที่แข่งขันชนะลำดับที่ 1 - 2 มีสิทธิ์ไปเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลก (World Bridge Federation Championships) ประเทศไทยเคยชนะเลิศโซนประเภททีมทั่วไป 4 ครั้ง และทีมหญิง 2 ครั้ง ได้ไปแข่งขันระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำ 2 ปี/ครั้ง ประเทศที่ชนะเลิศการแข่งขันทีมทั่วไประดับโลก จะได้ถ้วยเบอร์มิวด้า (BERMUDA BOWL) ส่วนทีมหญิงชนะเลิศ จะได้ถ้วยเวนิซ (VENICE CUP)
 
 

 

World Olympiad Championships เป็นการแข่งขันระดับโลก  แต่จะแข่งขันสลับปีกับการแข่งขันWorld Bridge Federation Championships (WBF)   ประเทศใดจะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันได้ทุกประเทศ ประเภทละ 1 ทีม ซึ่งประเทศไทย ไปร่วมการแข่งขันโดยนักกีฬาออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางรวมทั้งค่าสมัครแข่งขันเองทุกครั้ง   เนื่องจากสมาคมฯ ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะจัดส่งนักกีฬาไปเข้าร่วมการแข่งขันได้
 
 

 

                Asean Bridge Club Championships เป็นการแข่งขันระหว่างสโมสรของประเทศต่าง ๆ ในแถบ South East Asia ประกอบด้วย 6 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย สิงคโปร์   มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย หมุนเวียนสลับกันเป็นเจ้าภาพทุกปี เริ่มแข่งขันครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2500 นับถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2548 เป็นเวลา 48 ปี ประเทศไทยเคยชนะเลิศประเภททีมทั่วไป 3 ครั้ง ทีมหญิง 8 ครั้ง ทีมผสม 7 ครั้ง และทีมเยาวชน 4 ครั้ง

 
 

3. ประวัติกีฬาบริดจ์ในประเทศไทย

 

กีฬาบริดจ์เข้ามาแพร่หลายในประเทศไทย ครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 20 สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงดำรงพระอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  และเสด็จไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นช่วงที่กีฬาบริดจ์แพร่หลาย และเป็นกีฬายอดนิยมโดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ ประมาณ พ.ศ. 2446 (ค.ศ. 1903) หลังจากกลับมาประเทศไทย ท่านดำริให้เล่นกันที่วังพญาไท มีเจ้านายและข้าราชบริพารเล่นกันหลายคน ได้แก่ พระยาสุจริตดำรง ม.ล.ปิ่น มาลากุลฯ นายกวด หุ้มแพร เป็นต้น ต่อมาบริดจ์แพร่หลายมากขึ้นในหมู่นิสิตนักศึกษา และประชาชน จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 100 กว่าปีแล้ว
 
 

 
 

4. การก่อตั้งสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทย

 

                 หลังจากเล่นกีฬาบริดจ์กันไประยะหนึ่งจนถึง พ.ศ. 2489 หม่อมเจ้าเจษฎากร วรวรรณ ดำริว่า ควรจะจัดตั้งสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทยขึ้น แต่ปรากฏว่าขาดผู้สนับสนุน และท่านประสบอุบัติเหตุสิ้นพระชนม์ไปก่อน ต่อมาวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2491 เรือเอกฮันเตอร์ (Lieutenant Senior Grade William H. Hunter) ผู้ช่วยทูตทหารเรืออเมริกัน เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทยขึ้นโดยได้รับฉันทานุมัติจาก ผู้แทนสโมสร/สมาคมทุกคนที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายทวี แรงขำ นายแพทย์เฉลิม บูรณานนท์ นาวาเอกสรรใจ บุนนาค (ยศขณะนั้น) และนายบุญมา วงศ์สวรรค์ หลังจากนั้นได้ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนก่อตั้งสมาคม และได้รับอนุมัติจากกรมตำรวจให้ก่อตั้งได้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2491 
 
 

เรือเอกฮันเตอร์เป็นนายกสมาคมคนแรกจนถึงปัจจุบัน พลเรือเอกประเสริฐ บุญทรง เป็นนายกสมาคมคนที่ 15 รวมอายุของสมาคมฯ 57 ปี (นับถึง พ.ศ. 2548)
รายชื่อนายกสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
 

พ.ศ. 2490 – 2491             Lieutenant Senior Grade William H. Hunter            
 
 

 

พ.ศ. 2491 – 2493             นายแพทย์เฉลิม   บูรณานนท์   (3 ปี)       
 
 

 

พ.ศ. 2494 – 2495             นายทวี   แรงขำ        
 
 

 

พ.ศ. 2496 – 2497             พลเรือจัตวา   สรรใจ   บุนนาค       
 
 

 

พ.ศ. 2498                           นายทวี   แรงขำ          
 
 

 

พ.ศ. 2499 – 2500             พระดุลยภาคสุวมัณฑ์           
 
 

 

พ.ศ. 2501 – 2503             พลอากาศเอกเฉลิมเกียรติ   วัฒนางกูร   (2 ปีครึ่ง)
 
 

 

                                             ถึงแก่กรรม นายทวี แรงขำ ได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมแทน
 
 

 

พ.ศ. 2503 – 2507             นายทวี   แรงขำ (4 ปี ครึ่ง)
 
 

 

        พ.ศ. 2508                         พันเอกภักดี   ศรลัมพ์

 
 

 

พ.ศ. 2509 – 2510             พันเอกถนัด   คอมันตร์
 
 

 

พ.ศ. 2511 – 2515             พลอากาศโท สวน   สุขเสริม   (5 ปี)
 
 

 

พ.ศ. 2516 – 2518             นายทวี   แรงขำ   (3ปี)
 
 

 

พ.ศ. 2519 – 2525             นายสมบูรณ์   นันทาภิวัฒน์   (7 ปี)
 
 

 

พ.ศ. 2526                           Mr. Maurice   H. Kerr
 
 

 

พ.ศ. 2527 – 2537             นางชดช้อย   โสภณพนิช   (11 ปี)
 
 

 

พ.ศ. 2538 – 2539             นายเจน   นำชัยศิริ   (2 ปี)
 
 

 

พ.ศ. 2540 – 2543             คุณหญิงชดช้อย   โสภณพนิช   (4 ปี)
 
 

 

พ.ศ. 2544 – 2545             นายธงชัย   ยงเจริญ   (2 ปี)
 
 

 

พ.ศ. 2546 – 2549             พลเรือเอกประเสริฐ   บุญทรง   (4 ปี)
 
 

 

พ.ศ.  2550 - 2551              ดร.ธงชัย ยงเจริญ   (2 ปี)
 
 

 

พ.ศ. 2552 – ปัจจุบัน          พลเรือเอกประเสริฐ   บุญทรง  
 
 

 

5. ชื่อสมาคมและสถานที่ตั้ง

 

  ภาษาไทย         สมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทย    ชื่อย่อ “ สบท.”
 
 

 

ภาษาอังกฤษ    CONTRACT BRIDGE LEAGUE OF THAILAND   ชื่อย่อ “CBLT”
 
 

 

ที่ตั้ง   ห้อง 265 ราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย 286 ถนนรามคำแหง 
 
 

แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
 

โทรศัพท์ 0-2369-1528 , 0-2369-3434                                               
 
 

โทรสาร 0-2369-1528
E-mail This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
 
6.วัตถุประสงค์ของสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทย    ตามเจตนารมณ์ของคณะผู้ก่อตั้ง ดังนี้
 

                1.   เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และวางกติกาการเล่นคอนแทรกบริดจ์ (Contract bridge)
 
 

 

                2. เพื่อเป็นตัวแทนและเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับประเทศไทยที่จะเข้าเป็นสมาชิกขององค์กรบริดจ์สากล
 
 

 

                3. เพื่อดำเนินการแข่งขันคอนแทรกบริดจ์ระหว่างสมาชิกของสโมสร และสมาคมที่เข้าเป็นภาคีสมาชิกของสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทย ตามกติกาของสมาคมฯ และเพื่อที่จะกำหนดระดับชั้นของผู้เล่นบริดจ์
 
 

 

                ปัจจุบันสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทย มีนโยบายส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนให้กับเยาวชนเพื่อให้ใช้เวลาว่างพัฒนาสมอง ฝึกการคิดอย่างมีเหตุมีผล และส่งเสริมให้ประชาชนที่สนใจได้เรียนรู้และเล่นกีฬาบริดจ์อย่างถูกต้องโดยจัดหาผู้เชี่ยวชาญเป็นคณาจารย์ผู้ฝึกสอนให้กับสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ส่งผู้อำนวยการแข่งขัน(ตัดสิน) ไปทำหน้าที่ในกีฬาแห่งชาติ กีฬามหาวิทยาลัย และกีฬารัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขันบริดจ์อุดมศึกษา จัดการแข่งขันบริดจ์ให้กับข้าราชการ ได้แก่ การแข่งขันบริดจ์ระหว่างกระทรวง และสนับสนุนส่งเสริมให้นักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศ ตลอดจนผลักดันให้กีฬาบริดจ์เป็นกีฬาสำหรับประชาชนโดยทั่วไประดับภูมิภาคด้วย
 
 

 
 

7. จำนวนบุคลากร

 

 จากสมุดทะเบียนของสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทย รวบรวมถึงวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2548

                                7.1  จำนวนนักกีฬา 502 คน จำแนกเป็นรัฐวิสาหกิจ 120 คน สถาบันการศึกษาระดับอุดม ศึกษา 132 คน และบุคคลทั่วไป 250 คน (สมาคมราชกรีฑาสโมสร 120 คน สโมสรอื่น ๆ 130 คน)
 

ปัจจุบันสมาคมฯมีจำนวนสมาชิกตลอดชีพรวมทั้งสิ้น 369 ภาคีสมาชิก 30 ราย จำแนกเป็น สมาชิกตลอดชีพ 293 คน สมาชิกสามัญ 76 คน ภาคีสมาชิกถาวร 26 ราย ภาคีสมาชิก   รายปี 2 ราย

 

                                7.2  ผู้ตัดสินระดับชาติ หรือสมาคมฯ ใช้คำว่าผู้อำนวยการแข่งขัน (Director) จำนวน 14 คน ดังนี้

 

1. พ.ศ. 2505      นายโกวิท   สุจริตกุล   
 
 

2. พ.ศ. 2506      พลเรือจัตวาสรรใจ บุนนาข
3.พ.ศ. 2506        ม.ร.ว.เทพยพงศ์  เทวกุล 
 

4. พ.ศ. 2508      พลเรือจัตวา สรรใจ   บุนนาค
 
 

 

5. พ.ศ. 2507      นายปัทม์  นรพัลลภ        
 
 

6. พ.ศ. 2508, 2511-2512, 2514-2515, 2517  นายบัญชา  สันติโกวิทย์(Mr.Benno Gimkiewicz)
 

7. พ.ศ. 2509       นายพิศวง  คุณะดิลก         
 
 

8. พ.ศ. 2510        ร.อ. ธโนพัฒน์  ใสวิเศษ 
 

9.  พ.ศ. 2513        น.ต.อนันต์   บุญสุภา        
 
 

10. พ.ศ. 2516       พ.อ. นพ   พิณสายแก้ว
 

11. พ.ศ. 2518        นายสมศักดิ์  แก้วสถิตย์  
 
 

 

12. พ.ศ. 2519        นายสุจินต์   พงศ์ศักดิ์   
 
 

 

13. พ.ศ.2520        นางมัณฑณี  ใหญ่สว่าง   
 
 

14. พ.ศ. 2521-2552 (31 ปี) นาวาเอกนคร  กุลศรีรัตน์
(พ.ศ. 2492 – 2504 ไม่มีข้อมูล)
7.3      ผู้ตัดสินระดับนานาชาติ ผ่านการอบรมจาก American Contract Bridge League 3 คน
 

      7.3.1.   นายจก   ณ ระนอง       (เสียชีวิต)
 
 

     7.3.2.   นางจีรภา   ลอย             (เสียชีวิต)
 

                                            7.3.3.   พลตรีจำรัส   นิคมบริรักษ์    (ปัจจุบันอายุ 82 ปี)
 
 

7.4      ผู้ฝึกสอนที่ผ่านการอบรมจากการกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวน 4 คน คือ
                                              7.4.1.  นาวาเอกนคร   กุลศรีรัตน์
                                              7.4.2. นางมัณฑณี   ใหญ่สว่าง
                                              7.4.3. นายมงคล   เกตุมาน
                                              7.4.4. นายศิระ   ตันสิทธิแพทย์
                                7.5 ผู้ฝึกสอนที่ผ่านการอบรมนานาชาติ (International Coaching จาก United States Sports Academy) 2  คน คือ
 

                                              7.5.1 นางมัณฑณี ใหญ่สว่าง
 
 

                                              7.5.2 นายมงคล เกตุมาน
7.6 กรรมการบริหารสหพันธ์กีฬาแห่งเอเชีย/โซน/โลก จำนวน 1 คน คือ
คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช เป็นประธานสหพันธ์กีฬาบริดจ์ภาคพื้นแปซิฟิก เอเชีย (Pacific Asia Bridge Federation-PABF) วาระครั้งละ 4 ปี ดำรงตำแหน่งนี้มาแล้วเป็นเวลา 15 ปี(นับถึงพ.ศ2548)
 
 

8. กิจกรรมของสมาคมฯ ในรอบ 2 ปี (พ.ศ. 2547-2548)

                                1. จัดส่งนักกีฬาไปแข่งขัน Pacific Asia Bridge Federation Championships ทุกปี 3 ประเภทคือ ทีมทั่วไป ทีมหญิง และทีมเยาวชน พ. ศ. 2547 ที่ไต้หวัน และ พ.ศ.2548 ที่เกาหลี
                                2. ส่งนักกีฬาไปแข่งขัน Asean Bridge Club Championships พ. ศ. 2547 ที่มาเลเซีย และพ.ศ.2548 จะส่งไปแข่งขันเดือน พฤศจิกายน ที่พัทยา ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
                                3. ส่งนักกีฬาบริดจ์ประเภทเยาวชนไปแข่งขันกีฬาบริดจ์ระดับโลก ประเภทเดี่ยว 2 คน คือ นางสาวสุนิศา ชดช้อย กับ นายจิรวุฑฒิ์ โถทองคำ รายการ 1st World Junior Individual Championships             ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 14 - 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2547   และเข้าร่วมค่ายเยาวชนโลก    ครั้งที่ 6   (6thWorld Junior Camp) ระหว่างวันที่ 17 - 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ที่ Nyack Collage, New York, USA.
                                สมาคมฯ ส่งนักกีฬาเยาวชนไปแข่งขันต่างประเทศ ครั้งแรกที่สิงคโปร์ เมื่อ พ.ศ. 2511 ทีมเยาวชนชนะเลิศประเภททีม และได้รองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทคู่ทั่วไป
 
 

9. ความสำเร็จของสมาคมฯ ในรอบ 2 ปี

 

                                สมาคมฯ ยังไม่ประสบความสำเร็จในการส่งนักกีฬาไปแข่งขันบริดจ์ระดับนานาชาติโดยเฉพาะ ในการแข่งขัน Pacific Asia Bridge Federation Championships (PABF) หรือ ชื่อเดิมคือ Far East Bridge Federation Championships (FEBF) เป็นเวลา 39 ปี นับถึง พ.ศ. 2548 (ชนะเลิศครั้งสุดท้ายเมื่อ        พ.ศ. 2509)
 
 

 
 

10. สนามกีฬาที่สมาคมฯ ใช้ในการแข่งขัน

                              สมาคมฯ ไม่มีสถานที่แข่งขันหรือฝึกซ้อมเป็นของสมาคมฯเอง เช่าหรือยืมจากภาคีสมาชิก ดังนี้
                                        10.1 สมาคมราชกรีฑาสโมสร (Royal Bangkok Sport Club) ถนนอังรีดูนังค์ กทม.
                                        10.2 สมาคมราชกรีฑาสโมสร (โปโล) ถนนวิทยุ กทม.
10.3 ราชนาวีสโมสร  ท่าช้าง กทม.
 

11. ด้านการบริหารและพัฒนาบุคลากรของสมาคมฯ

 

 11.1 การจัดประชุม          ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้ง
 
 

 

          ประชุมประจำเดือน 11 ครั้ง
 
 

 

11.2 การจัดอบรม            ปี 2548 ส่งเจ้าหน้าที่ไปอมรม 2 ครั้ง  คือ
 
 

                                                                                   ครั้งที่ 1   หลักสูตรผู้ฝึกสอนนานาชาติ จัดโดย กกท.ร่วมกับ United State Sports Academy
                                                                                   ครั้งที่ 2   หลักสูตรผู้บริหารทางการกีฬาระดับนานาชาติ จัดโดย กกท.ร่วมกับ United State Sports Academy
11.3 การจัดการแข่งขัน
 

                                                                  ภายในประเทศ
 
 

1.  จัดแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยเป็นประจำทุกปี เพื่อคัดเลือกตัวแทนไปแข่งกับต่างประเทศ รายการ PABF
2.  จัดการแข่งขันประจำปี ประมาณ 18 รายการ
 

3.  จัดแข่งขันระดับมหาวิทยาลัย/สถาบันอุดมศึกษาปีละ 1 – 2 ครั้ง
 
 

4.  จัดค่ายเยาวชนปีละ 1 ครั้ง ทุกปี
11.4  การส่งนักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศ
 

พ.ศ. 2547 ส่งนักกีฬาไปแข่งขัน 43th Pacific Asia Bridge Federation Championships  และ 26thAsean   Bridge Club Championships
 
 

 
 

12. รายงานผลการดำเนินงานของสมาคมฯ ประจำปี พ.ศ. 2547

 

7.1 การจัดประชุม         
 
 

 

7.2 การจัดอบรม            
 
 

 

                           7.3 การจัดการแข่งขัน
 
 

 

                                      - ภายในประเทศ
 
 

 

                                            - การส่งนักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศ
 
 

 

                                            -
 
 

 

13. แหล่งงบประมาณ และเงินอุดหนุน

                                        สมาคมฯ ได้รับงบประมาณจากการกีฬาแห่งประเทศไทยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542  ถึงพ.ศ. 2547 เฉลี่ยปีละ 453,398.50 บาท สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2546 ได้รับงบประมาณ 768,230 บาท และ พ.ศ. 2547 ได้รับงบประมาณ 994,180 บาท ปี 2550 ได้รับงบประมาณ 260,000 บาท
 

14. ผู้ให้การสนับสนุน

                                        สมาคมฯไม่เคยมีผู้สนับสนุนหลัก มีเพียงรายได้ไม่มากนักจาก
14.1  เงินอุดหนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย
14.2  ค่าสมาชิกสามัญ และสมาชิกตลอดชีพ ภาคีสมาชิกรายปี และภาคีสมาชิกถาวร
14.3  สปอนเซอร์จากการจัดทำวารสาร
14.4  ผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อส่งนักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศ
 
 

15. ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน

                                15.1      ไม่มีสถานที่ฝึกซ้อมและสถานที่แข่งขันเป็นของสมาคมฯ เอง โดยเฉพาะการแข่งขันนัดสำคัญๆ เพราะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดและรับผิดชอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เช่น การชิงชนะเลิศทีมชาติ ดังนั้น สมาคมฯขอใช้ห้องขนาดขนาด 4 ´ 5 ตารางเมตร 1 ห้อง ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยอาจจะอนุเคราะห์จัดสรรห้องว่างที่ราชมังคลากีฬาสถานให้สมาคมบริดจ์ฯ ใช้สำหรับวางโต๊ะบริดจ์ 4 ตัว เพื่อแข่งขันนัดสำคัญคือ การคัดเลือกทีมชาติรอบสุดท้าย และใช้ฝึกสอนนักกีฬาเพื่อเตรียมตัวก่อนไปแข่งขันต่างประเทศ
                                15.2      ไม่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการฝึกซ้อมและแข่งขัน เช่น เครื่องแจกไพ่ (ปัจจุบันใช้แรงงานคนแจกไพ่และทำไพ่ซ้ำ) เพื่อให้การฝึกซ้อมและแข่งขันเป็นมาตรฐานสากล
                                15.3      กีฬาบริดจ์เป็นกีฬาที่มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์การเล่นถูกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับชนิดกีฬาอื่น แต่เนื่องจากใช้ไพ่เป็นอุปกรณ์ในการแข่งขัน จึงทำให้ภาพพจน์ออกมาในลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนัน ซึ่งในความเป็นจริง กีฬาบริดจ์เป็นกีฬาที่กอปรด้วยเหตุผล ฝึกให้ผู้เล่นเป็นคนมีระเบียบวินัย มีสมองปราดเปรื่อง และมีสมาธิในการเล่น นอกจากนี้ ยังช่วยฝึกฝนเกี่ยวกับเรื่องการตัดสินใจโดยใช้หลักเหตุผลประกอบ และส่วนใหญ่ ผู้ที่เล่นบริดจ์ไม่มีจิตวิญญาณของการเป็นนักพนัน แต่ถูกมองไปในแง่นั้น จึงทำให้กีฬาบริดจ์ไม่แพร่หลายเท่าที่ควร
                                15.4      ผู้บริหารระดับสูงในวงการกีฬาไม่รู้จักกีฬาบริดจ์ หรือรู้จักแต่เพียงผิวเผินทั้ง ๆ ที่บริดจ์เริ่มแพร่หลายเข้ามาสู่ประเทศไทย 100 กว่าปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ทรงเป็นรัชทายาท พระองค์ทรงนำกีฬาบริดจ์เข้ามาเล่นในราชสำนักกับข้าราชบริพาร ซึ่งทำให้บริดจ์แพร่หลายในระดับชนชั้นสูง ต่อมา นิสิตนักศึกษานิยมเล่นกันมากขึ้น แต่ยังมีผู้รู้จักและเล่นกีฬาบริดจ์น้อย และไม่แพร่หลายเท่าที่ควร เนื่องจากการประชาสัมพันธ์ไม่มากนัก ทำให้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณน้อยไปด้วย ทั้ง ๆ ที่กีฬาบริดจ์ก็มีการแข่งขันระดับโลกหลายรายการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสมาคมฯ
 
 


 

แนวทางการพัฒนาเพื่อบรรลุเป้าหมาย
 
 

                1.     เพิ่มขีดความสามารถระดับนานาชาติของนักกีฬา และบุคลากรกีฬาในการแข่งขันกีฬาบริดจ์เพื่อความเป็นเลิศ
 
                2.     เผยแพร่กีฬาบริดจ์ให้นิสิตนักศึกษา และประชาชน ดูกีฬาและเล่นกีฬาอย่าง   ถูกต้องตามกฎ กติกา และมารยาท
 

 
 

 

Last Updated ( Tuesday, 20 October 2009 03:47 )  

Rating point

อันดับ 1-10 ประจำปี 2552(รวมรวมถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552) อันดับ ประเภทสมาชิก ชื่อ-นามสกุล 2551 ...

อันดับ 1-10 ประจำปี 2552(รวมรวมถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552)

Read more

Accumulative points of CBLT members  Up to 31th December 2009 Type of  ...

Accumulative points of CBLT members

Read more
News image

  ...

รายงานแต้มอันดับสมาชิกสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทยประจำปี 2552

Read more

Latest photo

dsc02903
Image Detail
dsc02897
Image Detail
dsc02887
Image Detail
dsc02880
Image Detail

Announced competition.

  RBSC POLO CLUB BRIDGE SECTION 22nd SOMBOON CUP BRIDGE ...

RBSC Polo Club เปลี่ยนแปลงวันจัดการแข่งขัน Somboon Cup

Read more

  ผลการแข่งขันบริดจ์ PSU OPEN – 2010 14 – 15 สิงหาคม 2553 ณ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ...

ผลการแข่งขันบริดจ์ PSU Open 2010

Read more

ประกาศสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทย ที่ 6 / 2552 เรื่องตารางการแข่งขันประจำปี 2553  Month Date ...

Schedule of CBLT Bridge Tournament 2010

Read more

สมาคมราชกรีฑาสโมสรขอเชิญนักบริดจ์ทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน 19th Chairman's Cup...

ประกาศรายการแข่งขันสมาคมราชกรีฑาสโมสร

Read more
News image

  For More Information ...

Thailand Women's Bridge Festival Bangkok

Read more
News image

      Tentative Programme   Date Time ...

32nd Asean Bridge Club Championships 2010 Bangkok Thailand

Read more